เจอร์เก้น คล็อปป์ v ชเซ่ มูรินโญ่ นิยามของความต่าง

Fun88748px; height: 392px;” />

ฤดูนี้ เกมระดับ 6 ดาวของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังระทึก ''น้องขวัญ-อุษามณี'' ดังเดิม แต่ว่าเสริมเติมคือเสน่ห์กับสีสันของกุนซือข้างสนาม
อาร์แซน เวนเกอร์, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, โชเซ่ มูรินโญ่, พบร์เก้น คล็อปป์, อันโตนิโอ คอนเต้, เมาริสิโอ โปเช็ตตำหนิโน่ จับคู่ไหนมาจ๊ะเอ๋กันก็บะละฮึ่มทุกคู่ไปเวนเกอร์ แพ้คล็อปป์ แต่ว่าชนะคอนเต้ เป๊ป กำราบมูรินโญ่ แต่ว่าก็แพ้โปเช็ตตำหนิโน่ แบบราบคาบคล็อปป์ โจมตีพี่ใหญ่อย่างเวนเกอร์ ก่อนเสมอโปเช็ตตำหนิโน่ และก็สอนมวยคอนเต้
สัปดาห์นี้มีอีกหนึ่งคู่ แถมไม่ธรรมดา เพราะว่าลำพังคำว่า "แดงเดือด" ก็ไม่ได้อยากของฟรีใดๆอีกแล้ว
แต่ว่าในคืนวันจันทร์ เว้นเสียแต่ศึกที่เกียรติระหว่างลิเวอร์พูล กับแมนฯ ยูไนเต็ด หางตาของแฟนบอลยังจะต้องรอชำเลืองตาแอ็กชั่นของสองกุนซือ พบร์เก้น คล็อปป์ กับ โชเซ่ มูรินโญ่ว่ากันว่ามันหยดติ๋งไม่แพ้เกมในสนาม
คู่นี้ (คล็อปป์ กับมูรินโญ่) เคยพบกันมาแล้ว 5 ครั้ง สี่หนแรกเกิดขึ้นบนเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลเดียวกัน 2012/13 ยุคคล็อปป์ เป็นกุนซือดอร์ทมุนด์ ส่วนมูรินโญ่ คุมกลุ่มเรอัล มาดริด
สองยกในรอบแบ่งกลุ่ม ดอร์ทมุนด์ ของคล็อปป์ ชนะในบ้าน 2-1 ก่อนบุกไปเสมอที่เบร์ทุ่งนาเบว 2-2 จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม
เส้นทางทั้งคู่ยังโคจรมาพบกันในรอบตัดเชือก และก็ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นฮีโร่เหมาสี่ประตูให้เสือเหลืองยำใหญ่ 4-1 ในครั้งแรก
ข้างหลังเกมนั้น มูรินโญ่ ยอมรับว่าผู้ร่วมทีมแพ้ทุกบอร์ด ทั้งความเร็ว, แรงปะทะ รวมถึงลูกบู๊ดุดัน
นัดแก้มือในเมืองหลวงของประเทศสเปน เรอัลทำดีที่สุดด้วยการชนะ 2-0 แต่ว่าไม่ดีพอ สกอร์รวมแพ้ 3-4
หลังจากนั้นเส้นทางเดินของสองคนนี้ก็แคล้วคลาดมิได้กลับมาพบกันอีกเลย…จนตราบเท่า
เมื่อคล็อปป์ ยอมหั่นเวลาพักร้อนของตนเองมารับงานที่แอนฟิลด์ ต่อจาก เบรนดินแดน ร็อดเจอร์ส ในช่วงต้นตุลาคมที่แล้ว
ส่วนมูรินโญ่ กำลังคลอนแคลนคลอนแคลนบนเก้าอี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากออกสตาร์ตฤดูได้อย่างน่าผิดหวังท่ามกลางข่าวซุบซิบว่าห้องแต่งตัวร้อนระอุ
คล็อปป์ เริ่มงานสองครั้งแรกในลีกกับหงส์แดงด้วยการบุกเสมอสเปอร์ส 0-0 ก่อนโดนเซาธ์แฮมป์ตัน ตีเสมอ 1-1
บริเวณคนมั่งคั่งในเวสต์ ลอนดอน คือสถานีแห่งที่สามของเขา และก็ลิเวอร์พูล เปิดตัวได้เลว เป็นฝ่ายเสียประตูตั้งแต่สี่นาทีแรกจากราไม่เรส
แต่ว่าหลังจากนั้น เครื่องจักรสีแดงสมัยเมด อิน เยอรมัน เดินหน้าดำเนินการเต็มดูด คูตินโญ่ ตีเสมอในช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก ก่อนคูตี้ กับเบนเตเก้ บวกเพิ่มเติมอีกคนละลูกให้หงส์แดงแซงกลับมาชนะ 3-1
นั่นคือการเผชิญหน้ากันหนสุดท้ายของทั้งคู่ มูรินโญ่ โดนปลดจากเชลซี ในธ.ค. และก็ไม่มีงานทำมาครึ่งปี เพื่องานใหม่แถมใหญ่กว่าเดิมรวมแล้ว 5 เกมที่พบกัน คล็อปป์ มีประวัติดีมากยิ่งกว่า ชนะ 3 เสมอ 1 และก็แพ้ทีเดียว
ถ้าเกิดดูวิธีการทำกลุ่ม ไม่มีอะไรที่คู่นี้จะไม่เหมือนกันได้มากกว่าอีกแล้ว มูรินโญ่ ขึ้นชื่อมานานมาแล้วว่านิยมของหรู แบรนด์เนม และก็ถูกใจอะไรที่สำเร็จรูป ซื้แล้วใช้งานได้ในทันที โดยไม่เสียเวลา

เฉพาะซัมเมอร์นี้ กุนซือโปรตุๆกีส ทุ่มเงินหมดไปราวๆ160 ล้านปอนด์ ได้มาสี่คน ปอล ป็อกบา, เฮนริค มคิทาร์ยาน, เอริก ไบยี่ แถม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่มีค่าตัวด้วยซ้ำ
ส่วนคล็อปป์ จัดเป็นจำพวกพ่อบ้านดี.ไอ.วาย ซื้อมาต่อเอง หรือเอาของโบราณมาสร้างใหม่ตามแต่จินตนาการจะเลิศหรู
ซัมเมอร์แรกในแอนฟิลด์ คล็อปป์ ใช้เงินน้อยกว่ามูรินโญ่ เกือบจะล้านปอนด์ ทั้งๆที่เขามีสิทธิ์ทุกประการจะช็อปปิ้งให้เต็มคราบ และก็ถ้าเกิดคิดเลขกับการขายนักฟุตบอลออกไป ปรากฏว่าลิเวอร์พูล กำไรเฉียดๆ13 ล้าน
นี่ไม่ใช่การอวยไส้แตกแต่อย่างใด เพราะว่าหนสุดท้ายที่ลิเวอร์พูล ฟันเงินจากตลาดค้าขายนักฟุตบอล เราจะต้องย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีกลายที่ได้กำไรในช่วงซัมเมอร์ราวๆ 6 ล้านปอนด์ และก็ 4 ล้านเมื่อรวมตลาดม.ค.
อย่างไรก็แล้วแต่ สมาคมได้กำไรเพียงแค่ 4 ล้านปอนด์ ทั้งๆที่เพลานั้น กดค่าตอบแทนจากการขาย เฟร์นานโดร์เรส มาได้ตั้ง 50 ล้าน !
แนวความคิดของคล็อปป์ ในแนวทางการทำกลุ่ม ถูกสะท้อนผ่านข้อคิดเห็นต่อการซื้อป็อกบา ของแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตอบแทนสถิติโลก 90 ล้านปอนด์ ที่เขาบอกว่า "ถ้าเกิดเป็นผม ผมอาจทำแบบอื่น"
ก่อนถูกมูรินโญ่ โต้ตอบทันทีทันใดว่ารู้เรื่องความรู้สึกของกุนซือกลุ่มเล็กๆที่ได้แต่ว่ามองตาปริบ เพราะว่าอาจมีแต่ว่ากลุ่มระดับท็อปเท่านั้นที่จะปิดดีลซื้อป็อกบา
ในทางของการสร้างกลุ่ม มูรินโญ่ ถูกวิจารณ์โดยตลอดกับกลุ่มเก่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ว่าไม่ค่อยเห็นหัวนักฟุตบอลที่ขึ้นมาจากศูนย์ฝึกหัดเยาวชนของสมาคม
ไม่ถูกกับคล็อปป์ ที่แฟนบอลได้เห็นตั้งแต่ปลายฤดูที่แล้ว ว่าเมื่อจังหวะและก็โอกาสให้ เขาไม่ลังเลหรือรีรอที่จะโยนดาวรุ่งลงไปในสนาม
คู่นี้ มองเผินๆประหนึ่งว่ามูรินโญ่ จับงานคุมกลุ่มแบบสุดกำลังเร็วก่อนคล็อปป์ สัก 4-5 ปี ถ้าเกิดดูจากเกียรติศักดิ์ที่แฟนบอลเริ่มรู้จัก และก็ถ้าเกิดดูจากอายุที่มูรินโญ่ แก่กว่าเกือบจะ 4 ปี
แต่ว่าความเป็นจริง คล็อปป์ เดินตามข้างหลังมูรินโญ่ ต้อยๆเข้าสู่แวดวงนี้เพียงแค่ 5 เดือนเท่านั้น
มูรินโญ่ เริ่มจากการเป็นล่ามแปลภาษา เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน โบกปูนปูทางมาก่อนหน้าร่วมๆ6 ปี จนตราบเท่าได้นั่งเก้าอี้เฮดผู้ฝึกสอนเบนฟิก้า ในกันยายน 2000
ในช่วงเวลาที่คล็อปป์ คลุกคลีอยู่ในฐานะนักฟุตบอลไมนซ์ จนบั้นปลายใกล้ห้อยรองเท้า ก็ถูกโปรโมตขึ้นมาเป็นกุนซือแทนคนเก่าที่โดนปลดในเดือนกุมภาพันธ์ 2001
11 ปีกับหน้าที่การเป็นนักฟุตบอล และก็อีก 7 ปีบนเก้าอี้ผู้ฝึกสอน ไม่รู้เรื่องว่าหน้าสนามของไมนซ์ มีรูปปั้นให้คล็อปป์หรือเปล่า ถ้าเกิดไม่ล่ะก็อาจใจจืดใจดำน่าดู
แม้อายุงานห่างกันเพียงแค่ 5 เดือน แต่ว่าความสำเร็จระดับที่จะต้องสร้างห้องเก็บ ไม่ใช่เพียงแค่ตู้เก็บรางวัลของมูรินโญ่ ทำให้ดูว่าเขาผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน และก็อายุคงจะหลักหกเฉียดๆเจ็ดนำ
ไม่เลย มูรินโญ่ พึ่งจะ 53 แต่ว่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดบริเวณน้ำ ทั้งลีกประเทศโปรตุเกส, อังกฤษ, อิตาลี รวมถึงประเทศสเปน
นี่ก็เป็นความไม่เหมือนกันอย่างสุดขั้วอีกเหมือนกันของสองคนนี้ มูรินโญ่ ไม่ค่อยอยู่เป็นที่เป็นทางนานๆจะว่าไปก็ไม่เคยคุมกลุ่มไหนนานเกินสามปีสักที ไม่ถูกกับคล็อปป์ ที่ถูกใจสร้างตั้งแต่ฐานของปิระมิด ก่อนเสพความสุขจากการขึ้นไปยืนบนยอดด้วยความภาคภูมิใจกับผลงานที่ลงมือกระทำตั้งแต่หินก้อนแรก
7 ปีคุมไมนซ์ และก็อีก 7 ปีกับดอร์ทมุนด์ คล็อปป์ ยังเคยบอกว่าถ้าเกิดเป็นไปได้ เขาอยากวางมือหลังจากปิด จ็อบที่ลิเวอร์พูล สะท้อนให้มีความคิดเห็นว่าคล็อปป์ คือคนทำงานที่ละเอียดขนาดไหน ความสำเร็จแบบจานด่วนอาจอิ่มท้อง แต่บางทีก็ไม่อร่อย
อีกหนึ่งความต่างที่สัมผัสด้วยตาเปล่าได้ คือสไตล์การเล่น

คราวหนึ่ง โยฮัน ครัฟฟ์ เคยกล่าวว่ามูรินโญ่ เป็นผู้ฝึกสอนที่เนกาทีฟ สนใจแต่ว่าผลของการแข่งขัน และไม่สนว่าฟุตบอลจะทรงงาม มีเสน่ห์ชวนชมหรือเปล่า
เด็กหงส์ทั้งโลกยังคิดออกไม่เคยลืมว่าในระหว่างที่มูรินโญ่ นำกลุ่มเชลซี มาเยี่ยมแอนฟิลด์ ในม.ย. 2014 และก็ทำให้พวกเขาฝันสลายจากการได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ยุคแรก กลุ่มของมูรินโญ่ แงะกลยุทธ์ "ด้านมืด" ออกมาหยุด หฝ่าส์ ซัวเรซ แอนด์ โค ถึงขั้นเก็บบอลเองเพื่อทำให้เสียเวลา ทุ่มช้าตั้งแต่นาทีแรกๆทำฟาวล์เบรกเกมถี่ยิบ และก็อุดทั้ง 11 คนยากจนกระทั่งลิเวอร์พูล พลาดคุ้นเคย

เมอร์ซีย์ ไซด์ ดาร์บี้ ที่ 227

 

สถิติพูดว่าลิเวอร์พูล ชนะ 90 เสมอ 70 เอฟเวอร์ตันชนะ 66

มีตัวเลขเชิงสถิติปัจจุบัน 12 แมตช์ในลีกปัจจุบัน "หงส์แดง"ชนะ 5เสมอ 7 ทั้งๆที่ข้าดิสัน พารฺค และก็ แอนฟิลด์ 6-7 ปีแล้วที่ทอฟฟี ยังไม่สามารถที่จะเดินผ่านสแตนลีย์ พาร์ค มายัดเยียดความแพ้พ่ายให้ลิเวอร์พูลถึงหน้าบ้านได้เลย

เคยมีสถิติอันยาวนานแบบนี้มั้ย….

ย้อนหลังไปเมื่อปี 1978 (เซอร์) บ๊อบ เพสลีย์ คุมทีมหงส์แดงเคยไม่แพ้ทอฟฟี เมน ทั้งในและก็นอกบ้าน นานถึง 13 แมตช์ในลีก เริ่มสมัยของ บ๊อบ เพสลีย์ นั่นเองนะครับ

ปีนี้นับว่าใกล้เคียง…ครั้งปัจจุบันที่หงส์แดงแพ้เอฟเวอร์ตันเกิดขึ้นที่ข้าดิสัน พาร์ค ปี 2010 เท่ากับหงส์แดงยังไม่แพ้เอฟเวอร์ตันนาน 12 แมตช์ อันนี่คือสถิติเฉพาะในลีก ครับผม ไม่นับรายการอื่นๆหากบอสเจอร คลอปป์ ทำเป็นอีกหนึ่งแมตช์
ตัวเลขนี้เสมอกันสมัยรุ่งเรือง 13 นัดหมายในลีกที่ไม่แพ้ทอฟฟี เมน

จะเกิดขึ้นหรือจบลง….คำ่วันพูดเท็จทราบผล

อีกหนึ่งสถิติที่ดูแล้วน่าสนใจกว่าเฉพาะเกมลีกในแอนฟิลด์นั้น 20 นัดหมาย "หงส์แดง" ไม่แพ้เอฟเวอร์ตันนานถึง 18 ปี หรือแทบสองทศวรรต ครั้งปัจจุบันที่แพ้คือปี 1999 ทอฟฟี บุกมาชนะถึงแอนฟิลด์ ด้วยสกอร์ 1-0

หลังจากนั้นพวกเขาเจอทอฟฟีในแอนฟิลด์ 16 เกมชนะ 8 เสมอ 8 ถือได้ว่าเป็นตัวเลขที่แฟนทอฟฟี เองไม่ยินดี เสมือนอาถรรพณ์ร้ายถ้าหากฟาดหน้าแข้งกันที่แอนฟิลด์

ดีเยี่ยมที่สุดคือแบ่งคะแนนกลับไป

โอเค…สมัยก่อนไม่สำคัญ เดี๋ยวนี้สำคัญที่สุด นับจากมกราคม 2017 มีการเปลี่ยนแปลงศักราชใหม่เป็นปีสัตว์ปีก ปรากฏว่าทอฟฟีโชว์ฟอร์มเยี่ยมยอดเอามากๆตรงกันข้ามกับหงส์แดง ที่ตกต่ำ กว่าจะชนะในลีกได้คอยนานนับเป็นเวลาหลายสัปดาห์

ทอฟฟี ของโรนัลด์ คูมัน กดไป 23 คะแนน ลูกากู พีคสุดๆนำดาวซัลโว คอยส บาร์คลีย์? กลับมาเป็น บาร์คลีย์ คนเดิม มีส่วนกับเกมรุกและก็สร้างช่องทางยิงประตูมากที่สุดในลีกจำนวน 67 ครั้ง เวลาที่เกมรับมองมั่นคงแน่นหนาขึ้น พลาดยากเสียยาก

ทอฟฟี ทอปฟอร์ม…หงส์ กว่าจะหลุดพ้นวิกฤตการณ์ก็ย่างเข้ามี.ค.ที่พวกเขาไม่แพ้คนไหนกันแน่ในลีกชนะ 2 เสมอ 1 จากสี่เกมที่ลงในสนาม

การทอปฟอร์มของ ทอฟฟี ทำให้เจ้าของบ้านวิตกกังวลใจบ้างหรือไม่????

แม้กระนั้น…..วลีอมตะสำหรับเมอร์ซีย์ ไซด์ ดาร์บี้คือ …"ไม่มีฟอร์ม" หมายถึงผลงานก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเก็บไว้ข้างสนามเท่านั้น เนื่องจากว่าวันจริงสำคัญที่สุด ด้วยแคแรกเตอร์ของ ดาร์บี้ ญาติพี่น้องทะเลาะกัน มันเข้มข้น ดุเดือดเลือดพล่านอีกแบบหนึ่ง

เวลาญาติพี่น้องทะเลาะกันเนี่ย…หากร้ายก็ร้ายสุดๆมันเสมือนต้องการเอาชนะกันซะมากยิ่งกว่าอื่นใด อันนี้คือธรรมชาติของเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่ต่างจากเกมเมืองเดียวกัน เมืองอื่นในอังกฤษ เนื่องจากว่าธรรมชาติของการเกิดสองสโมสรนี้มันมีความขัดแย้งกันในจุดเริ่ม

แอนฟิลด์ ในปัจจุบันนี้ครั้งก่อนคือสนามของเอฟเวอร์ตัน ก่อนย้ายไปเนื่องจากว่าหัวข้อการขึ้นค่าใช้จ่ายในการเช่าที่ ทอฟฟี จากไป ก็เลยก่อเกิดลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ ขึ้นมา พึ่งครบรอบ 125 ปีไปเมื่อ 15 มีนาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

การที่สองสโมสรมีจุดเริ่มในแอนฟิลด์ เช่นเดียวกันแบบนี้ มันได้มีผลต่อวิถีชีวิตครอบครัวฟุตบอลของชาวกรุงลิเวอร์พูลที่ถูกเรียกว่า "สเก๊าเซอร์"

หนึ่งบ้านเสียงแตก พ่อเชียร์หงส์ แม่ทอฟฟี หรือลูกหงส์ , ลูกทอฟฟี หายากที่จะทั้งบ้านเชียร์ทีมเดียวกันหมด ขนาดบ้าน สตีเวน เจอร์ราร์ด ลุงของเขายังเชียร์เอฟเวอร์ตัน ตัวเขาเองโดนแกล้งให้สวมเสื้อเอฟเวอร์ตัน ตอนยังไม่รู้ความ แม้กระนั้นเขาเชียร์ลิเวอร์พูล

อารมณ์ญาติพี่น้องที่มีความคิดเห็นต่างกันในเรื่องบอล….

คัดค้านกันน้ำลายแตกแยกละครับเมื่อวันเสาร์มาเยือนและก็มีเกมดาร์บี้ แมตช์ …ผมเข้าไปอ่านในนสพ.ลิเวอร์พูล เอคโค่ เห็นกระจ่าง ชาวทอฟฟี กับ เดอะ พูล ครึกครื้นและก็ตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทอฟฟี เมน ที่ทอปฟอร์ม ต้องการเจอหงส์แดงเร็วๆ

อารมณ์ ความรู้สึก ความกระหายในเกมหรือ แพสชั่น มันบิลด์ อัพมาทั้งอาทิตย์เพื่อเกมใหญ่ของชาวกรุงลิเวอร์พูลทุกคน ถึงแม้เมืองนี้มีทีมบอล 3 ทีม ทรานเมียร์ โรเวอร์ส อีกครั้งมหนึ่ง แม้กระนั้นดูเหมือนกับว่าพวกเขามีอาณาเขตปริมณฑลไปทางฝั่งเวลส์ซะมากยิ่งกว่าเขตแดนใจกลางเมืองลิเวอร์พูลที่มีทั้งสีน่ำเงินและก็แดง

อันนี้ก็แตกต่างจากเมืองแมนเชสเตอร์ ที่ ชาวสิตี้ อยู่ในเมือง ชาวภูติผีแดง อยู่ขอบๆอะไรพวกนี้

เพราะฉะนั้นเมอร์ซีย์ไซด์W88ดาร์บี้ แมตช์ เป็นรสชาติของญาติพี่น้องทะเลาะกัน ต่อปากต่อคำกันอย่างสนุกสนาน ดุเดือดเลือดพล่าน และก็มีเรื่องมีราวได้ตลอดเวลา

เรื่องแพสชั่นของแฟนบอลสองทีมนี้เมื่อจำเป็นต้องมาปะทะกันระหว่างสแตนลีย์ พาร์ค ไม่ต่้องห่วงนะครับ มีจำนวนมากดังเดิม เอาเรื่องฟุตบอลดีกว่านะครับว่ามันจะอย่างไร เนื่องจากว่าเกมนี้มาไม่ถูกจังหวะเท่าใด

ภาวะทีมไม่พร้อมกับคู่

ทีมเยือนขาด เชมัส โคลแมน ที่ขาหักแบบน่าขนลุก , มอร์กาน ชไนเดอร์ลิน เจ็บชวดลงเล่นแน่นอน ฟูเนส มอริ ก็มิได้ลงเล่นเท่ากับขาดกลางตัวตัดเกม, เซนเตอร์ และก็แบกขวาจอมบุกไปจากทีม

ปัญหาของ คูมัน อยู่ที่เกมรับล้วนๆ

ตัวตายตัวแทน…จะปฏิบัติหน้าที่ก้าวหน้าขนาดนั้นไหม มันมีความลังเลใจเกิดขึ้น เซนเตอร์แบกไม่มีปัญหาเนื่องจากว่า มอริ ตอนหลังสำรอง แทรกตำแหน่ง แอชลีย์ วิลเลียมส์ กับ ฟิล จากิลก้า มิได้ แบกขวานี่แหละสำคัญ จำเป็นต้องไปตามดาวโรจน์มาลงในสนามแก้ขัดเสมือนช่วงแรก น่าจะเป็น เมสัน โฮลเกต ส่วนแบกซ้าย เลห์ตัน เบนส์

กลางรับนี่แหละที่ ชไนเดอร์ลิน พลาดลงในสนาม….มึงเรธ แบร์รี เข้าๆออกๆจะยืนแทน น่าจะเล่นกับ อิดิรสซา "กานา" เกอเย่ โดยมี เควิน ไม่ราลาส, คอยส บาร์คลีย์ และก็ ทอม เดวิส ที่ฟอร์มสดเหลือเกิน ช่วยเหลือ ลูกากู ดาวซัลโว 21 ประตู

สรุป…ทอฟฟี มีปัญหาแค่แผงข้างหลังกับกลางรับ แม้กระนั้นมั่นใจว่า คูมัน ไขปัญหานี้ได้ ไม่ใช่เรื่องยาก

ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลนั้น เจอร คลอปป์?ทำเป็นแค่คอยเชคสภาพร่างกายของแนวรุกที่ไปรับใช้ชาติมาทั้ง คูตินโญ ที่เล่นสองเกมติดต่อที่บราซิล และก็ ฟีร์มีโน มั่นใจว่าล้าแน่นอน จุดนี้ เวลาที่ข่าวร้ายของเด็กหงส์ตั้งนับเป็นเวลาหลายวันแล้วคือ อดัม ลัลลานา นักฟุตบอลที่เล่นดีเยี่ยมที่สุดในซีซั่นนี้ของชาวหงส์ เจ็บ…

ขาด ลัลลานา แดนกลางจำเป็นต้องปรับอีก และก็ยิ่งไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ตลอดไปแบบนี้ เอมเร ชาน ไม่มีใครแย่งตำแหน่งเขาได้เลย การเล่นคู่กับ จีนี ไวนัลดุ้ม อาจควรมีการปรับตัวรุกลงมาเพิ่ม

หมายถึง โอริกิ อาจควรต้องวิ่งลงในสนามตัวจริงทำเกมกับ มาเน, ฟีร์มีโน และก็ คูตินโญ เป็นแบบ 4-2-3-1 อะไรทำนองนี้ ส่วนแนวรับก็อาจมิได้เปลี่ยนแปลงอะไรจำนวนมากหน้าเก่าๆอย่างที่มองเห็นกันว่ามีคนไหนกันแน่บ้าง

แทกติกละครับ

หากใส่แบบไม่ยั้ง…อันนี้ก็สนุกสนานละครับ หลายๆคนอาจจะพูดว่าเสร็จเด็กหงส์ เนื่องจากว่าถูกใจเกมแบบนี้ แม้กระนั้นเชื่อเถอะแบรนด์ คูมัน และก็การมี ลูกากู ในแนวรุก ผมว่าอันตรายนะครับเมื่อพวกเราดู ลูกากู แล้วเทียบกับกองหลังหงส์แดงที่มีอยู่

คูมัน จะไม่เล่นดุเดือดเลือดพล่าน ผมว่าเขาเน้นเชิง เน้นแทกติก เล่นเพื่อไม่แพ้เกมนี้แล้วหวังชนะ

โอเค 10 ที่นาทีแรกช่วงตั้งตัว ตั้งเกมนั้นก็อาจวิ่งเข้าพบกันตามสไตล์ แม้กระนั้นพอเกมเริ่มสงบ ฝุ่นละอองที่ตลบเริ่มจางลง พวกเราอาจมองเห็นการเล่นแบบรัดกุมของ ทอฟฟี เนื่องจากว่าทางที่จะลงทัณฑ์หงส์แดง ไม่ยากเลยนะครับ

เล่นเสมือน 12 ทีมที่หงส์เก็บแต้มได้ไม่มากเท่าที่คิด

ทอฟฟี ไม่ต้องอุด ไม่ต้องรับลึก เล่นรักษาเชป เน้นความรัดกุม คอยพลาดแล้วสวนกลับ นักฟุตบอลอย่าง บาร์คลีย์, ไม่ราลาส และก็ เดวิส พร้อมโจมตีเร็วให้ ลูกากู

หากบุกแลก…อันนี้ก็อาจเสี่ยงได้ถึงแม้…นักฟุตบอลหงส์หลายๆคนเดินทางไกลไปเล่นทีมชาติมา แม้กระนั้นมั่นใจว่า คูมัน ไม่ดูเรื่องนี้มากเท่าไรนัก เนื่องจากว่าเขาเน้นเพลย์ แทกติก เน้นเชิง เน้นคะแนน และก็ลุ้นชนะด้วยนะครับ

จุดนี้…น่าวิตกชาวหงส์ด้วยเหมือนกัน

ผมยังเห็นว่าพลังต่ำลงแน่นอนเล่นทีมชาติก็หนักหน่วงในแนวรุก มันจะตื้อๆทั้ง ฟีร์มีโน และก็ คูตี้ ดูแล้วใช้ประโยชน์ได้ไม่สุดกำลังแน่นอน

แบ่งแต้งมีสูงครับผมปีนี้ และก็สถิติเสมอกันของสองทีมนี้ในแอนฟิลด์ ก็ไม่น้อยเลยนะครับ มันคือครึ่งหนึ่งของจำนวนนัดหมายที่พวกเขามาเยือนในรอบ2 ทศวรรต คือไม่เสมอก็หงส์ชนะ อย่างละ 50% นั่นคือมีโอกาสเกิดขึ้นได้แน่

มีการตั้งข้อคิดเห็นว่าหงส์แดงหนักแน่แม้เป็นเจ้าของบ้าน

เนื่องจากว่าเอฟเวอร์ตันไม่ใช่ทีมกลุ่มทอป 6 ที่หงส์แดงมักเก็บแต้มเสมอๆ เพราะฉะนั้นช่องทางพลั้งเผลออีกครั้งมีสูง เนื่องจากว่าหงส์เล่นกับทีมต่ำลงมากยิ่งกว่า 6 ขั้นตอนแรกในลีก ชอบมีผลงานที่ไม่ดี เกมนี้ ไม่ต้องแพ้หรอกนะครับ

ผลเสมอ….เด็กหงส์ก็จำเป็นต้องรู้ร้อนรู้หนาวววกันบ้างนะครับ

"ภูติผีแดง" แมนฯยูไนเต็ด มาเคาะประตูหน้าบ้านแล้วครับผม หากเสมอเที่ยวนี้หายไปอีกสองแต้ม

ที่ 4 อาจโยกไปอยู่เมืองแมนเชสเตอร์

เกมนี้หนักสำหรับ เจอร คลอปป์ และก็หงส์แดงจำเป็นต้องชนะ ซึ่งผมเห็นว่าเดิมพันเกมนี้ ไม่ง่ายเลย และก็มีโอกาสชวดสามคะแนนสูงด้วยเหมือนกัน

อ่า……ซีซั่นหงส์แดงใกล้ถึงผลสรุปเต็มที

ตกลงจะมีลุ้นไปชปล. ไหม ผมเห็นว่าหากชนะเอฟเวอร์ตันเกมนี้มิได้ เจอร คลอปป์ อิดโรยแน่นอน…และก็ช่องทางหมดลุ้นมีมาก

แล้วยิ่งหากแพ้ทอฟฟีขึ้นมา….

สักครู่จะได้ยินเสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอนดังระงมไปทั่วแอนฟิลด์ จนถึงโดนแฟนผีล้อเลียนว่า "โหวกเหวก ก็เปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอน โหวกเหวกก็เปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอน" ด้วยเนื่องจากว่าขณะนี้มีการตั้งข้อซักถามจากแฟนหงส์บางส่วนแล้วว่า เจอร คลอปป์ ที่จริงแล้วไม่เก่งนี่หว่า